Showing posts with label ผู้ประกอบการ. Show all posts
Showing posts with label ผู้ประกอบการ. Show all posts

Tuesday, September 18, 2018

มะพร้าว กล้วย ลุยตลาดจีน FHW 2018 คาดยอดขาย 32 ล้าน

สสว. ร่วมกับ สถาบันอาหาร จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด SME ต่อเนื่อง ล่าสุด ยกทัพ SME 17 เครือข่ายในกลุ่มอุตสาหกรรมมะพร้าวและกล้วย ออกบูธแสดงผลิตภัณฑ์และเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง ร้านอาหาร และธุรกิจโรงแรมรวม 236 คู่เจรจา ในงาน FHW 2018 ประเทศจีน

นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เผยว่า กิจกรรมพัฒนาเครือข่ายมะพร้าวและเครือข่ายกล้วย ภายใต้โครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ปี 2561 ล่าสุดได้นำ ผลิตภ้ณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาในด้านต่างๆ  ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และงานวิจัยมาประยุกต์เพื่อเพิ่มมูลค่า

ร่วมออกบูธแสดงผลิตภ้ณฑ์และจับคู่เจรจาธุรกิจกับเทรดเดอร์ผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง ร้านอาหาร และธุรกิจโรงแรม ภายในงาน FHW 2018 (Food Hospitality World) ณ China Import and Export Fair Pazhou Complex เมืองกวางโจว ประเทศจีน

โดยน้ำมะพร้าวสดพร้อมดื่ม กะทิผง น้ำมะพร้าวน้ำหอมพร้อมเนื้อฟรีซดราย นมมะพร้าว และนมมะพร้าวอัดเม็ด ได้รับความนิยมสูงเป็น 5 อันดับแรกในกลุ่มผลิตภัณฑ์มะพร้าว ส่วนผลิตภัณฑ์จากกล้วย ตลาดให้ความสนใจทองม้วนกล้วย  ผงกล้วยบรรจุแคปซูล แป้งกล้วยน้ำว้า ไซรัปกล้วย และแป้งกล้วยเอนไซม์

ในภาพรวมสามารถผลักดันให้เกิดการเจรจาธุรกิจได้ 236 คู่เจรจา คาดว่าภายในหนึ่งปีจะสร้างยอดขายได้ไม่น้อยกว่า 32 ล้านบาท  แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวราว 24.6 ล้านบาท และจากกล้วยราว 7.7 ล้านบาท

สำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดภายในประเทศระหว่างวันที่ 20 – 23 ก.ย. 2561 ได้จัดให้มีกิจกรรมส่งท้ายก่อนปิดโครงการปี 2561 เป็นการออกบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์จาก 17 เครือข่ายมะพร้าวและกล้วย ณ ลานกิจกรรมหน้าลิฟท์แก้วชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซาปิ่นเกล้า โดยผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง  ผู้แทนจำหน่ายสินค้า และผู้สนใจทั่วไปสามารถเลือกชมและซื้อผลิตภัณฑ์ได้ในราคาพิเศษ

ข่าวอื่นๆ คลิก

The post มะพร้าว กล้วย ลุยตลาดจีน FHW 2018 คาดยอดขาย 32 ล้าน appeared first on Smart SME.

Saturday, August 11, 2018

สสอ. แนะ ผปก. อุตฯ ต้องปรับตัวนำหุ่นยนต์ทดแทนแรงงานต่างด้าว

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สสอ.) แนะผู้ประกอบการไทยภาคอุตสาหกรรมเร่งปรับตัว นำหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในสายการผลิตแทนแรงงานต่างด้าว พร้อมก้าวสู่การใช้หุ่นยนต์เต็มรูปแบบทั้งระบบ และเร่งดำเนินการปัญหาแรงงานต่างด้าวให้ถูกกฎหมาย ซึ่งจะเหลือแรงงานต่างด้าวลดน้อยลงส่งผลให้ไม่เพียงพอต่อสายงานการผลิต

 

The post สสอ. แนะ ผปก. อุตฯ ต้องปรับตัวนำหุ่นยนต์ทดแทนแรงงานต่างด้าว appeared first on Smart SME.

Monday, July 23, 2018

สินค้าไทย เข้าตา อินเดีย คาด 1 ปี มูลค่าซื้อขาย ประมาณ 213.14 ล้านบาท

สสว. พาผู้ประกอบการ 20 ราย ร่วมงานแสดงสินค้า Ambiente India 2018 สินค้าไทยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี คาดว่าภายใน 1 ปี จะเกิดมูลค่าทางการค้ารวมกันได้ประมาณ 213.14 ล้านบาท

นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและกลางย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการกลุ่ม Strong / Regular ได้ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ สสว. ได้พาผู้ประกอบการ 20 ราย ร่วมกิจกรรมการงานแสดงสินค้า Ambiente India 2018 ครั้งที่ 5 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการ Pragati maidan กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย สินค้าที่ได้รับความสนใจมาก คือ สเปรย์แคปซูลน้ำหอมสำหรับกำจัดกลิ่นเหม็น อับชื้น ซึ่งใช้นวัตกรรมในการผลิต และโดนใจกลุ่มโรงแรมในอินเดีย

สามารถใช้กับผ้าม่าน ผ้าปูเตียง ผ้าปูโต๊ะ พรม และเครื่องใช้อื่น ๆ ที่มีผ้าเป็นส่วนประกอบ สำหรับการออกงานครั้งนี้ ผู้ประกอบการได้มีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และกลิ่นเฉพาะสำหรับตลาดอินเดียทำให้ตอบโจทย์และได้รับความสนใจเป็นพิเศษ โดยมีมูลค่าการค้าที่เกิดขึ้นทันทีภายในงานประมาณ 1 ล้านบาท และคาดว่าภายใน 1 ปี จะเกิดมูลค่าทางการค้ารวมกันได้ประมาณ 213.14 ล้านบาท

ข่าวอื่น คลิก

The post สินค้าไทย เข้าตา อินเดีย คาด 1 ปี มูลค่าซื้อขาย ประมาณ 213.14 ล้านบาท appeared first on Smart SME.

Monday, May 28, 2018

4 วิธี การบริหารสต๊อกสินค้า เพื่อเพิ่มยอดขายและลดสินค้าค้างสต็อก

ในการทำธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่ม SME ที่ไม่ได้มีเงินทุนหมุนเวียนหรือเงินสำรองอะไรมากนัก การบริหารสต๊อกสินค้า ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ผู้ประกอบการขาดทุนมานักต่อนักแล้ว ยิ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหม่จะมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ที่ดำเนินธุรกิจมาเป็นระยะเวลานาน เพราะยังขาดประสบการณ์ในการคาดการณ์ความต้องการของผู้บริโภค

ยกตัวอย่างในเรื่องของ “สินค้าขาดสต็อก สินค้าล้นสต็อก” ให้เข้าใจง่าย

บริษัทหนึ่ง จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวน 100 รายการ มีสินค้าที่ขายดีได้รับความนิยมประมาณ 20 รายการ (สินค้าหลัก) ให้ยอดขายสูงถึง 80% จากสินค้าทั้งหมด สินค้ากลุ่มนี้ขายดีมักจะขาดสต็อก ปัญหาต่อมา สินค้าล้นสต๊อก ในส่วนนี้จะอยู่ในกลุ่มสินค้า 80 รายการ ที่เป็นสินค้าไม่ได้รับความนิยม อาจเกิดจากการสำรวจตลาดที่ผิดพลาดหรือเจาะกลุ่มเป้าหมายไม่ตรงจุด ซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาและวิธีการป้องกันปัญหานี้ คือ

1.วางแผนล่วงหน้า 1 เดือน เป็นอย่างน้อย

ผู้ประกอบการต้องคาดการณ์แนวโน้มความต้องการของสินค้าหลักเห็นภาพรวมคลังสินค้าว่ามีการเข้า ออกอย่างไร สินค้าชนิดใดขายดีในช่วงไหน หรือกับกลุ่มเป้าหมายไหน ซึ่งการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายก็มีหลายวิธี เช่น การจัดโปรโมชั่นล้างสต๊อกนอกจากจะทราบถึงสินค้ายอดนิยมที่ชัดเจนแล้ว ยังช่วยเพิ่มยอดขายให้สูงมากขึ้นด้วย

2.สำรวจสินค้าในสต๊อกอยู่เสมอ

ลดความเสี่ยงสินค้าขาดหรือล้นสต๊อกไม่ทันตั้งตัว เพราะความเป็นระบบจะช่วยให้รู้ว่าสินค้าแต่ละชนิดมีความเร็วในการขายอย่างไร หมดเร็วแค่ไหน ควรสั่งเพิ่มเมื่อสินค้าเหลือเท่าใด เพราะการขาดสินค้าเมื่อลูกค้าต้องการ ทำให้ลูกค้าไปหาสินค้าจากเจ้าอื่น และอาจทำให้เสียลูกค้าอีกด้วย

3.จัดระบบสินค้าภายในสต๊อก

การจัดระบบภายในสินค้าควรแบ่งหมวดสินค้าให้ชัดเจน เช่น สินค้าที่มีระยะเวลาการเก็บรักษาจำกัด สินค้าหลัก สินค้าค้างสต๊อก เพื่อให้ทราบถึงปริมาณ ลดการสูญเสียสินค้าที่หมดอายุจากการไม่ได้นำมาขาย หรือสามารถจัดโปรโมชั้นเพื่อเพิ่มยอดขาย

4.คำนวณต้นทุน

การคำนวณต้นทุนตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นผลิตถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการทราบถึงราคาต้นทุนของผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น และทราบถึงราคาขายตั้งราคาได้อย่างเหมาะสม รู้ว่าควรขายอะไรจึงจะได้กำไรที่คุ้มค่าที่สุด

Business Tips อื่นๆ คลิก

The post 4 วิธี การบริหารสต๊อกสินค้า เพื่อเพิ่มยอดขายและลดสินค้าค้างสต็อก appeared first on Smart SME.

Wednesday, May 23, 2018

6 ปัญหา ในการทำธุรกิจ ใครเจอแบบนี้ต้องรีบหาทางการแก้ไข

ปัญหา เชื่อว่าคำนี้ไม่ว่าใครๆคงไม่อยากเจอยิ่งเป็นเรื่องของธุรกิจด้วยแล้ว หากเกิดปัญหาอาจส่งผลให้ธุรกิจไปไม่รอด แน่นอนว่าในการดำเนินธุรกิจมักจะต้องประสบปัญหา เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ขึ้นอยู่กับกับสถานการณ์ ซึ่งประสบการณ์จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แต่สำหรับผู้ประกอบการใหม่ที่เพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจอาจก่อให้เกิดความหนักใจในการหาทางแก้ ฉะนั้นแนวทางการแก้ไปหาถือเป็นสิ่งสำคัญ จึงขอนำเสนอ 6 ปัญหาในการทำธุรกิจ และแนวทางการแก้ไข มาเป็นแนวทางให้กับผู้ประกอบการได้นำไปปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ

1. ปัญหา ธุรกิจขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียน

ปัจจุบันในการดำเนินธุรกิจเป็นระบบทุนนิยม นั่นหมายถึงเรื่องเงินกลายเป็นเรื่องใหญ่สุด เพราะการดำเนินธุรกิจแทบทุกอย่างล้วนต้องใช้เงินทุนทั้งสิ้น โดยส่วนใหญ่ผู้ประกอบการใหม่ไม่ได้สนใจการจัดการระบบการเงินเท่าทีควร ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะจะทำให้ผู้ประกอบการรู้ถึงกระแสการเงินที่หมุนเวียนในระบบ และสามารถประเมินสถานการณืในการดำเนินการได้

แนวทางการแก้ไข

การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือผู้ประกอบการคือต้องจัดการบัญชีและการเงินให้ดี พร้อมกับการวางระบบบริหารที่ถูกต้อง และมีเงินทุนที่ต้องใช้จ่ายจริง บวกกับทุนสำรองที่มากเพียงพอต่อการประ กอบธุรกิจซึ่งอาจใช้การขอสินเชื่อจากทางธนาคารและสถาบันทางการเงินที่ส่วนใหญ่มีโปรแกรมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจแบบ SME  ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ตาม ซึ่งทางสถาบันการเงินได้เข้ามาช่วยเหลือและขจัดปัญหาในส่วนนี้ ทั้งนี้เงินทุนของกิจการ ควรแยกออกจากเงินส่วนตัว และไม่ควรที่จะนำมาใช้ร่วมกัน เพราะอาจทำให้ผู้เจ้าของธุรกิจเจอเข้ากับปัญหาชีวิตของตนเองเข้ามาอีกหนึ่งปัญหา

2.ผู้ประกอบการขาดความรู้ด้านบัญชีและกฏหมาย

ผู้ประกอบการที่สามารถตั้งต้นดำเนินธุรกิจได้ต้องยอมรับสิ่งหนึ่งว่ามีไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ที่มองเห็นถึงโอกาสในการดำเนินธุรกิจ แต่ใช้ว่าทุกคนจะมีความรู้ในเรื่องของบัญชีหรือรวมไปถึงความรู้ทางด้านกฎหมายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจโดยตรง ในส่วนนี้หากผู้ประกอบการไม่มีความรู้อะไรเลยอาจก่อให้เกิดปัญหารวมไปถึงข้อเสียเปรียบที่จะตามมา ปัญหาเหล่านี้มักจะมีรายละเอียดปลีกย่อย ที่ค่อนข้างซับซ้อนมาก  บางเรื่องเจ้าของกิจการ ก็ไม่สามารถค้นหาได้จากอินเทอร์เน็ต

แนวทางการแก้ไข

การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือเลือกใช้บริการบริษัทรับทำบัญชี และบริษัทให้คำปรึกษาทางกฎหมาย เพื่อให้เป็นผู้ดูแลโดยเฉพาะ ซึ่งจะดีและสะดวกกว่าดูแลด้วยตนเอง อีกทั้งยังจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ผู้ประกอบการก็ต้องหมั่นศึกษาเรียนรู้วิธีการทำงานของบริษัทเหล่านี้ด้วย ซึ่งจะต้องมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาในการเลือกบริษัทบัญชีและบริษัทให้คำปรึกษาทางกฎหมาย จากความน่าเชื่อถือเป็นสำคัญ

3.พนักงานไม่มีความสามารถพอในการดำเนินงานนั้นๆ

ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจใหม่มักจะเจอกับปัญหาบุคลากร ซึ่งใช้งานไม่ตรงความสามารถหรือพนักงานที่รับเข้ามายังไม่ผ่านการคัดกรองที่ดีพอเพื่อให้ทำงานได้อย่างเต็มความสามาถ

แนวทางการแก้ไข

แนวทางการแก้ไข คือ เจ้าของธุรกิจอาจต้องยอมจ่ายเพื่อจ้างพนักงานที่มีประสบการณ์และความรู้ที่เหมาะสมกับกิจการของตน โดยอาจจะต้องมีข้อเสนอพร้อมทั้งสวัสดิการที่น่าสนใจมากเพียงพอที่จะดึงดูดให้มาร่วมงานได้ แต่หากพนังงานมีการต่อลองเรื่องค่าตอบแทนสูงจนเกินไป ผู้ประกอบการควรพูดคุยกับพนักงานโดยตรง พร้อมทั้งให้สัญญาใจต่อกันว่าจะขึ้นเงินเดือนให้หากสิ้นปีธุรกิจได้ผลบวกและมีกำไรอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เมื่อทำได้แล้วก็ต้องไม่ลืมสัญญา เพียงเท่านี้เจ้าของกิจการก็น่าจะได้สมาชิกใหม่ซึ่งเป็นพนักงานที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทอย่างแน่นอน

4.ไม่มีเครือข่ายธุรกิจ

ปัญหานี้มักจะพบในผู้ประกอบการใหม่ซะเป็นส่วนใหญ๋ และจะส่งผลครอบคลุมในทุกด้านซึ่งการมีเครือข่ายสังคมจะช่วยผลักดันการทำธุรกิจได้อย่างมาก เพราะจะช่วยกระจายข่าวเกี่ยวกับบริษัทและการดำเนินธุรกิจไปสู่บุคคลภายในภาคส่วนต่างๆ ของสังคม  ทำให้มีผู้สนใจอยากจะใช้บริการและให้การสนับสนุนทางด้านธุรกิจมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างเครือข่ายธุรกิจให้มีจำนวนมากได้ จะต้องอาศัยเวลาพอสมควร

แนวทางการแก้ไข

ผู้ประกอบการควรเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในแวดวงธุรกิจให้มากที่สุดไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เช่น การเข้าร่วมกับองค์กรต่างๆ หรือสมาคมธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องเข้าเฉพาะเจาะจงให้ตรงกับธุรกิจเท่านั้น ในธุรกิจประเภทอื่นก็สามารถสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงเพื่อให้เกิดประโยชน์ได้เช่นกัน

5.ไม่มีประสบการณ์ขาดความน่าเชื่อถือ

หากผู้ประกอบการเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ยังไม่มีประวัติการดำเนินธุรกิจ เพิ่งจับตลาดและดำเนินธุรกิจเป็นครั้งแรกคนส่วนใหญ่มักจะมองว่า ไม่มีความน่าเชื่อถือหรือประสบการณ์ไม่ถึงในสายงานนั้นๆ และไม่เลือกใช้สินค้าหรือบริการทำให้ธุรกิจไปต่อไม่ได้

แนวทางการแก้ไข

ผู้ประกอบการเองควรแสดงให้เห็นถึงศักยภาพแสดงรูปแบบและอธิบายวิธีการทำงานของกิจการให้ลูกค้าฟังอย่างละเอียด และขอให้เพิ่มการรับประกันคุณภาพการทำงานด้วย เพราะจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถขายงานหรือทำสัญญาทางธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น หรือในบางครั้งผู้ประกอบการอาจจะต้องนำเอาประวัติการทำงานส่วนตัวมานำเสนอเพื่อชูให้เห็นถึงแนวทางการทำงานในรูปแบบของบริษัท ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้เช่นกัน

6.ธุรกิจขาดทุน

ปัญหานี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบใหม่ หรือผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจมาเป็นระยะเวลานานแล้ว ก็ต้องเคยเจออย่างแน่นอน จะน้อยจะมากขึ้นอยู่กับแนวทางการแก้ปัญหาของแต่ละบริษัท แต่โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับบริษัทที่ยังไม่มีประสบการณ์ไม่มีการวางแผนการให้รัดกุม การดำเนินธุรกิจมีช่องโหวทำให้ต้นทุนสูงควบคุมต้นทุนการผลิตไม่ได้ ผลเสียขั้นสูงสุดอาจจะต้องปิดการ

แนวทางการแก้ไข

การแก้ปัญหาที่ดี คือ ผู้ประกอบการต้องทำแผนธุรกิจให้ละเอียดทุกเรื่องรวมถึงช่องทางและวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ หากยอดขายและผลกำไรไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ช่องทางและวิธีแก้ไขปัญหาแหล่งเงินทุนสำรองควรต้องระบุลงไปให้ชัดเจนในแผนธุรกิจ จะสามารถป้องกันไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้นได้อย่างมีระบบ หากผู้ประกอบการสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ธุรกิจกฌสามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

Business Tips อื่นๆ คลิก

The post 6 ปัญหา ในการทำธุรกิจ ใครเจอแบบนี้ต้องรีบหาทางการแก้ไข appeared first on Smart SME.

Friday, May 4, 2018

5 เทคนิคจัดการกระแสเงินสด อย่างง่ายๆ สำหรับธุรกิจ SMEs

กระแสเงินสดถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักสำคัญที่ทำให้ธุรกิจมีสภาพคล่องในระหว่างการดำเนินธุรกิจนั้นๆ หากมีการบริหารจัดการไม่ดีพอหรือขาดสภาพคลองในการหมุนเวียนทางการเงิน นั่นจะส่งผลเสียให้กับธุรกิจเป็นอย่างมาก ซึ่งในบางครั้งการขาดสภาพคล่องเพียงครั้งเดียวอาจส่งผลให้ธุรกิจต้องปิดตัวลงเลยทีเดียว

ดังนั้น SME จะต้องมีหลักการบริหารจัดการที่ดี หรือ เทคนิคจัดการกระแสเงินสด ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะต้องอาศัยความมีวินัย และมีระเบียบแบบแผนในการจัดการ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างราบรื่น

1.ตรวจสอบสถานะเงินสด

ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้ว่าบัญชีบริษัทมีเงินสดจำนวนเท่าไร มีกำลังเพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินธุรกิจหรือไม่ โดยหมั่นตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ เพื่อที่เราจะได้ทราบถึงจำนวนรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้น รวมถึงจำนวนเงินที่ยังคงค้างชำระเงินจากลูกหนี้หรือคู่ค้า ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้เราสามารถวิเคราะห์สถานการณ์และวางแผนการบริหารจัดการเงินสดเพื่อนำไปใช้จ่ายต่อไปในอนาคตได้

2.ประเมินความเสี่ยงธุรกิจและเตรียมวิธีการรับมือ

สิ่งท้าทายในการลงทุนทำธุรกิจอย่างหนึ่งคือความเสี่ยงที่เราจะต้องเผชิญ ดังนั้น คุณจะต้องวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในข่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง เช่น

  • เมื่อมีการสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากเข้าโดยไม่ทราบล่วงหน้า
  • เมื่อลูกค้ามีปัญหา และ ยกเลิกการสั่งซื้อกระทันหัน
  • เมื่อลูกค้าหายตัวไปในขณะที่ยังมียอดหนี้ค้างชำระ

หลังจากได้คำตอบแล้ว ลองดูว่าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เราจะมีมาตรการรับมือและจัดการอย่างไรเพื่อให้กระทบกับการดำเนินธุรกิจน้อยและกระแสเงินสดน้อยที่สุด

3.บริหารจัดการลูกหนี้และเจ้าหนี้

ยิ่งผู้ประกอบการสามารถเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ และดำเนินการชำระเงินกับเจ้าหนี้ได้เร็วเท่านั้นก็ยิ่งมีผลดีต่อธุรกิจ สำหรับลูกหนี้ควรจะมีนโยบายในการให้เครดิตสำหรับคู่ค้า เพื่อให้ชำระเงินโดยเร็วที่สุดอาจจะเป็น 30 หรือ 60 วัน และพยายามเร่งรัดหรือหาแรงจูงใจเพื่อให้ลูกหนี้ชำระเงินให้เร็วขึ้น และมีการติดตามทวงหนี้อย่างสม่ำเสมอ

สำหรับเจ้าหนี้ควรจะชำระเงินตรงตามกำหนด ไม่ผลัดผ่อนหนี้ ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างเครดิตให้เป็นที่น่าเชื่อถือ ในกรณีที่เกิดความจำเป็นต้องขอเจรจาเพื่อยืดระยะเวลาชำระเงินออกไป ทั้งนั้นเมื่อคุณซื้อสินค้าอาจจะลองเปรียบเทียบดูว่ารายไหนให้เครดิตชำระเงินยาวนานกว่า เพื่อที่คุณจะได้มีเวลาหมุนเงินได้มากขึ้นกว่าเดิม

4.บริหารสภาพคล่องกับทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้งาน

หากธุรกิจมีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว หรือมีสินค้าคงค้างอยู่ในสต็อคเป็นจำนวนมากและเริ่มเก่าล้าหลัง การขายสิ่งเหล่านี้เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินคือสิ่งที่ควรทำ เนื่องจากการเก็บเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ถูกปล่อยว่างโดยไม่ได้ใช้งาน เก่าเกินไป หรือ ไม่สามารถใช้ได้แล้วไม่ทำให้เกิดประโยชน์ใดๆ กับธุรกิจ แม้แต่สินค้าคงค้างในสต็อค ยิ่งเก็บนานวัน สินค้าก็ยิ่งเก่า ตกรุ่น และมูลค่าจะลดลงตามไปด้วย ดังนั้นการจัดกิจกรรมลดราคาก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำ ถึงแม้ว่าการขายนั้นจะได้มาในราคาต่ำกว่ามูลค่าของสิ่งของ แต่ก็ย่อมดีกว่าที่จะปล่อยไว้จนสุดท้ายอาจจะไม่ได้รับอะไรกลับคืนมา

5.สำรองเงินในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

ผู้ประกอบการไม่สามารถรู้ได้ว่าในอนาคตจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดอะไรเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการถูกลูกค้ายกเลิกการสั่งซื้อ การประท้วงจากคนงาน ไฟไหม้ น้ำท่วม เป็นต้น ผู้ประกอบการควรเตรียมเงินสำรองเอาไว้เสมอ หากกระแสเงินสดเกิดติดลบคุณก็ยังมีเงินเอาไว้หมุนเวียนในธุรกิจ และเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจต่างๆ เพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้ หากกระแสเงินสดของคุณไม่เพียงพอจริงๆ อาจจะต้องหาแหล่งกู้ยืมจากแหล่งต่างๆ ต่อไป ทั้งนี้ต้องคำนวณภาระดอกเบี้ยที่จะขึ้นในอนาคตด้วย

นี่ก็เป็นอีก 5 เทคนิคจัดการกระแสเงินสด อย่างง่ายๆ ที่ผู้ประกอบการทุกคนสามารถบริหารจัดการกับสภาพคล่องทางการเงินกระแสเงินสด เพื่อการดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น หมั่นทำให้เป็นนิสัยผู้ประกอบการก็จะสามารถประเมินสถานการณ์ทางการเงินและดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสม

เรียบเรียงจาก www.peerpower.co.th

Business Tips อื่นๆ

The post 5 เทคนิคจัดการกระแสเงินสด อย่างง่ายๆ สำหรับธุรกิจ SMEs appeared first on Smart SME.