Showing posts with label ผู้สูงอายุ. Show all posts
Showing posts with label ผู้สูงอายุ. Show all posts

Friday, October 19, 2018

5 สิ่งที่ควรทำเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ

ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบในปี 2564 หากนับนิ้วแล้วก็เหลือไม่ถึง 3 ปี แล้วนะครับ หากแบ่งเป็นสัดส่วนแล้วจะพบว่าประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี จะมีถึงร้อยละ 20 หรือคิดเป็นประมาณ 13.4 ล้านคน แต่เรื่องที่น่าเป็นห่วง คือ มีผู้สูงอายุมากกว่า 1 ล้านคน ที่ต้องนอนติดเตียง และมีแนวโน้มอยู่ลำพัง โดยไร้ลูกหลานเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะถึงวันนั้น ณ วันนี้ที่เรายังมีแรง มีกำลังอยู่ ควรเตรียมตัวให้ตัวเองเป็น “คนแก่” ที่มีคุณภาพ สามารถอยู่ในสังคมได้โดยไม่ต้องเป็นภาระใคร ดังนั้น เรามาเริ่มวางแผนดูแลตัวเองกันตั้งแต่วันนี้ดีกว่าครับ กับ 5 สิ่งควรทำเพื่อเตรียมตัว “แก่” อย่างมีคุณภาพ ซึ่งอ้างอิงจากแพทย์สภา ดังต่อไปนี้

1.ดูแลอาหารและพฤติกรรรม: รับประทานอาหารที่ไม่หวาน ไม่เค็ม ไม่มัน รวมถึงไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เพื่อลดความเสี่ยงเป็นผู้ป่วยติดเตียง

2.หมั่นออกกำลังกาย: หากคุณเป็นคนโสด หรือต้องอยู่คนเดียว การออกกำลังกายถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยป้องกันสารพัดโรค NCDs

3.เก็บออมเงินทอง: การออมเงินมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้จ่ายในบั้นปลายของชีวิต เพราะเมื่อคุณแก่แล้ว การหางานทำนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบาก

4.หมั่นทำงานจิตอาสา: ความสุขจากการเป็นผู้ให้จะใช้ให้คุณเป็นคนแก่ที่เบิกบาน

5.เตรียมบ้านให้พร้อมกับวัย: ปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับวัย และไม่เดินขึ้นบันไดบ่อยๆ เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้

 

The post 5 สิ่งที่ควรทำเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ appeared first on Smart SME.

Monday, September 10, 2018

Facebook กำลังสูญเสียฐานผู้ใช้ในกลุ่มหนุ่มสาว แต่กลุ่มผู้สูงอายุยังแน่นปึ้ก

Pew Research Center ระบุผลสำรวจเกี่ยวกับการใช้งาน Facebook ของคนวัยต่างๆ ของอเมริกันชน พบว่าบรรดาคนหนุ่มสาวต่างพากันเลิกใช้งานแอปพลิเคชันนี้ โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมานี้มีการลบเฟซบุ๊กทิ้งมากถึง 25%

นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ใช้งานอายุ 18-29 ปี มากกว่า 40% ได้ลบแอปฯ ตัวนี้ออกจากโทรศัพท์มือถือ และไม่ได้เข้าใช้มาเป็นเวลาหลายสัปดาห์

สาเหตุส่วนหนึ่งคาดว่าเกิดจาก กรณีที่เฟซบุ๊กถูกตรวจสอบเรื่องการรักษาข้อมูลความเป็นส่วนของผู้ใช้งาน และมีการชี้นำข้อมูลผิดๆ หลายครั้งต้้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องของบริษัทเคมบริดจ์ อนาลิติกา เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เฟซบุ๊ก 87 ล้านราย

อย่างไรก็ตามผลสำรวจบอกว่ามีจำนวนของวัยรุ่นจำนวนมากเท่านั้นที่ทำการเลิกใช้งานเฟซบุ๊ก แต่ในส่วนของผู้สูงอายุวัย 65 ปีขึ้นไป พบว่ามีจำนวนน้อยเพียง 12% เท่านั้นที่ทำการลบ

จากข้อมูลนี้ทำให้ได้ทราบว่าเฟซบุ๊กกำลังสูญเสียผู้ใช้งานในวัยหนุ่มสาว จำนวนมากกว่าผู้สูงอายุถึง 4 เท่า ซึ่งเฟซบุ๊กเองก็ยอมรับว่าทำการจัดการกับเรื่องของข้อมูลความไม่เป็นกลางทางการเมือง ข้อมูลสร้างความขัดแย้งและความรุนแรง ในแพลตฟอร์มของตัวเองช้าเกินไป ส่งผลต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อบริการของเฟซบุ๊ก

The post Facebook กำลังสูญเสียฐานผู้ใช้ในกลุ่มหนุ่มสาว แต่กลุ่มผู้สูงอายุยังแน่นปึ้ก appeared first on Smart SME.

Sunday, September 9, 2018

เตือน ผู้สูงอายุ มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยา

กรมการแพทย์ ชี้ ผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยา เพราะจำเป็นต้องใช้ยาหลายชนิด รักษาหลายโรค ซึ่งพบว่าผู้ป่วยที่เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยา 1 ใน 3 มักเกิดกับ ผู้สูงอายุ

นายแพทย์ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เผยว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2573 ประเทศไทย จะมีประชากรผู้สูงอายุ 18 ล้านคน ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุ จะมีปริมาณการใช้ยาสูงที่สุด โดยเฉลี่ยผู้สูงอายุ 1 คน จะมียาตามแพทย์สั่ง 4 – 5 ชนิด และอีก 2 ชนิด จากการซื้อมารับประทานเอง เช่น สมุนไพรต่างๆ

สาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุได้รับผลข้างเคียงจากการใช้ยามาจาก ภาวะถดถอยของร่างกาย โรครุมเร้า ทำให้ต้องใช้ยาหลายชนิดในการรักษา อีกทั้งร่างกายดูดซึมยาลดลง การกระจายตัวของยาน้อย ไตทำงานน้อยลง ทำให้มียาตกข้างในร่างกาย แต่ทั้งนี้ผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยาสามารถป้องกันได้ด้วย 8 ข้อปฎิบัติ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงจากการใช้ยา

  1. เมื่อพบแพทย์ ควรมีรายละเอียดของชื่อยาที่รับประทาน ชื่อโรค และประวัติการแพ้ยาติดตัวไปด้วย
  2. เริ่มต้นการรักษาแบบไม่ใช้ยา เช่น ท้องผูกควร ดื่มน้ำมากๆ และรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูง
  3. รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอและติดตามการรักษากับแพทย์เป็นระยะ อย่านำตัวอย่างยาเดิมไปซื้อมารับประทานเอง
  4. นำยาทั้งหมดไม่ว่าจะได้รับจากที่ใดไปให้แพทย์ตรวจเช็คเป็นระยะ
  5. หลีกเลี่ยงการซื้อยาสมุนไพร ยาหม้อ และยาลูกกลอนมารับประทานเอง เนื่องจากอาจมีผลเสียต่อร่างกาย
  6. ควรตรวจดูวันหมดอายุของยา และอย่าเก็บยาที่เหลือไว้รับประทานครั้งต่อไป เนื่องจากยาอาจหมดอายุหรืออาจไม่ใช้ยาตัวเดิม
  7. ควรปรึกษาแพทย์ถึงสาเหตุที่จะหยุดยา เช่น เกิดผลข้างเคียง ยาไม่ได้ผล วิธีการใช้ยาซับซ้อนเกินไป ยาแพงเกินไป
  8. รับการรักษาและติดตามกับแพทย์คนเดิม หากต้องรักษากับแพทย์มากกว่า 1 คน ต้องนำประวัติเก่าและรายการยาที่ใช้อยู่มาแจ้งให้แพทย์ทราบ

The post เตือน ผู้สูงอายุ มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยา appeared first on Smart SME.